Loading...

ชาติหน้าของเราจะไปเกิดภพภูมิไหน เราสามารถดูได้เลยเวลานี้

มนุษย์สามารถจะพยากรณ์ชาติภพหน้าของตนเองได้จากกรรมที่กระทำเสมอในปัจจุบัน โดยพิจารณาจากจิตของคนเรา ซึ่งมีระดับที่ค่อนข้างคงที่และตรวจวัดได้เมื่อมีอายุสูงขึ้น เพราะความเปลี่ยนแปลงน้อยลง และระดับจิตคงที่นี้เอง ที่ยังผลให้ไปเกิดภพต่างๆ อีกทั้งจิตนี่แหละ คือ ผู้ก่อสร้างภพชาติทุกขณะจิต หากจิตระลึกภาวนาถึงสิ่งใดอยู่เสมอก็จะสร้างภพสร้างชาติในสิ่งนั้นๆ เช่น การระลึกถึงตรึกแต่เรื่องเงินทอง จิตก็จะสร้างภพชาติแห่งความโลภ อันเป็นเหตุให้เกิดภพเปรตได้ หากจิตระลึกแต่พระพุทธเจ้า จิตก็จะสร้างภพแห่งความดีงาม ยังผลให้ไปเกิดถึงสวรรค์ชั้นดุสิตได้ แต่หากจิตระลึกถึงการสิ้นไปของชาติภพ ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดชาติภพต่อไป คือ นิพพาน การพิจารณาระดับจิตของตนจะช่วยให้เรารู้ตัว และพัฒนาระดับจิตให้สูงขึ้นได้ดีขึ้น จิตของคนเรามีระดับหลายระดับด้วยกัน...

พระอรหันต์ในประเทศไทยไม่เคยขาดสายมาตั้งแต่พระพุทธเจ้ายังอยู่

เรื่อง..ปฏิปทาของพระอรหันต์ ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าเป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบัน พระของพระพุทธเจ้ายังไม่ขาด คือ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอรหันต์ไม่ขาดสายจนกระทั่งปัจจุบัน ทีนี้เราไม่รู้จักพระอรหันต์เป็นยังไง นึกว่าพระอรหันต์คงนั่งหลับตาปี๋ เสร็จละ คือว่า ส่วนใหญ่จริง ๆ ที่เขาได้มรรคได้ผล เขาก็ปล่อยตน แล้วเขาก็ไม่ประกาศตน จนกว่าเราจะเข้าไปหาท่าน ท่านเห็นความจริงใจของพวกเราแล้วท่านก็ไม่บอกตรงอีก เพราะว่าบอกตรงไม่ได้ การบอกตรงเป็นเรื่องของพระพุทธเจ้า พระสาวกบอกตรง ๆ ไม่ได้ แต่ว่าใครที่ปฏิบัติตามท่าน ท่านเห็นความมั่นใจของเรา ท่านจะแสดงลีลาออก นี่ก็มีเยอะ...

อยากปฏิบัติธรรม เเต่กลัวว่าตัวเองจะบรรลุธรรม อยากให้ลองเข้ามาอ่านนะ

...มีเพื่อนๆ หลายท่านกลัวการปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ สาเหตุก็เพราะกลัวว่า ตัวเองจะบรรลุธรรม ทำให้หมดสีสันของชีวิต จะกิน จะเที่ยวอะไรก็ไม่สนุกอีกเเล้ว เเต่..เดี่ยวก่อน รู้มั้ยการที่เราเกิดมาเป็นมนุษย์ หรือการที่จิตก่อรูปมาเป็นมนุษย์ได้ เพราะว่าท่านมีคุณความดีนะ ..ถ้าจิตประกอบด้วยอกุศล จิตมันก็ไปก่อรูปในภูมิต่ำ เช่น สัตว์  อสุรกาย นรกภูมิเป็นต้น อยากให้เพื่อนๆ คิดกันเสียว่า ปฏิบัติธรรมกันตกนรก  กันเกิดในภูมิต่ำ เป็นไง.. การที่มีจิตมาห้ามนู้น ห้ามนั่น ไม่ให้เราปฏิบัติ ท่านว่าคนๆนั้น กำลังจะหมดวิสัย ในภูมิความดีเสียเเล้ว เพราะตัวจิตในภูมิธรรมมีกำลังอ่อน ทีนี้พอสิ้นอายุขัย ย่อมตกไปสู่ภูมิต่ำ.....

กราบหัวใจ! ‘ผู้กองหนุ่ม’ ตัดสินใจลาออกจากตำรวจ เปิดสอนหนังสือฟรีสานฝันให้เด็กยากจน

ผู้กองหนุ่ม สภ.เมืองบุรีรัมย์ ตัดสินใจลาออกจากตำรวจแล้ว หลังเปิดบ้านรับติวหนังสือให้กับเด็กยากจนฟรี เผยตั้งใจจะเสียสละเพื่อมุ่งสานฝันเด็กยากจน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. จากกรณีที่ ร.ต.อ.อภิชิต ภัณฑะประทีป รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ หรือผู้กองมิ้น ที่ได้ใช้เงินส่วนตัวลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น บน ถนนอินจันทร์ณรงค์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยจะใช้เวลาว่างหลังจากออกเวรปฏิบัติราชการ มาสอนหนังสือให้แก่เด็กนักเรียนที่ยากจนฟรี...

เมื่อพระศิวะ ทรงประลองอิทธิฤทธิ์กับพระพุทธเจ้า

มีเรื่องกล่าวเป็นตำนานปรัมปรา ของบรรดาครูบาอาจารย์ทางวิชาดนตรีว่า เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ในระยะปฐมโพธิกาล กิติศัพท์เกียรติคุณของพระพุทธเจ้าก็เลื่องลือกระฉ่อนไปทั่วทิศานุทิศทั้งในมนุษย์และสวรรค์ วันหนึ่งพวกเทพบุตรเทพธิดาพากันลงมาจากสรวงสวรรค์ มาเฝ้าสดับพระธรรมเทศนาในที่เฉพาะพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนเกิดหมดทวยเทพในสวรรค์ ครั้นถึงเวลาพระอิศวรเป็นเจ้าเสด็จออกมาประชุมเทวสภาก็ไม่มีเทวดาเข้ามาเผ้าอย่างเคย พระอิศวรตรัสถามพระนนที พระนนทีจึงกราบทูลให้ทราบ พระอิศวรเป็นเจ้าก็กริ้วทวยเทพเป็นอันมาก และกริ้วเอาพระพุทธเจ้าด้วย พระอิศวรจึงตรัสชวนพระอุมาผู้เป็นเหสี และพระนนที พร้อมด้วยเทพบริวารเสด็จลงมาเมืองมนุษย์ ทรงเห็นเทพบุตร เทพธิดาต่างนั่งสดับพระธรรมเทศนาสงบอยู่ ไม่แสดงอาการใจใส่ต่อพระองค์ผู้เป็นเจ้านายของตนเอาเสียเลย พระอิศวรเป็นเจ้าทรงเห็นดังนั้น ก็ประหลาดพระทัย จึงเสด็จเข้าไปในพระวิหาร ประดิษฐานพระองค์อยู่ตรงพระพักตร์พระพุทธเจ้า แล้วตรัสต่อว่าท้าทายพระพุทธเจ้าให้มาประลองฤทธิ์กันด้วยวิธีซ่อนหา ครั้งที่ 1 พระอิศวรจึงนิรมิตพระองค์เป็นธุลีละอองปลิวไปซ่อนพระองค์อยู่ในเมล็ดรัตนซึ่งประดับอยู่บนยอดพรหมพิมานพระพุทธเจ้าก็ทรงทราบด้วยพระญาณ แล้วบันดาลด้วยพระพุทธานุภาพ ให้พุทธบริษัทที่ประชุมอยู่ในธรรมสภานั้นมองเห็นด้วย พระศิวะพูดขอโอกาสซ่อนเป็นครั้งที่ 2 พระพุทธเจ้าก็ทรงประธานด้วยพุทธานุภาพ ครั้งที่ 2...
error: Content is protected !!