“จดหมายเตือนจากยมบาล” ถ้าได้อ่านสักนิด แล้วความคิดของคุณจะเปลี่ยนไป

358
Loading...

วันนี้เรามีบทความที่ให้ข้อคิดดีๆ เรื่อง “จดหมายเตือนจากยมบาล” มาให้เพื่อนๆ ได้อ่าน โดยเรื่องมีอยู่ว่า…

ครั้งหนึ่ง ยมบาลขึ้นนั่งบัลลังก์ เจ้าหน้าที่ได้กุมชายชราคนหนึ่ง และชายหนุ่มคนหนึ่งมาคุกเข่าต่อหน้าศาล

ชายชรา : ใต้เท้าโปรดไว้ชีวิตผมด้วย ยมทูตไปจับผมมาโดยไร้ความผิด ผมถูกปรักปรำ ผมยังไม่ได้แบ่งมรดก ผมยัง……(ยมบาลตบโต๊ะดังปัง!)

ยมบาล : หุบปาก! เจ้ารู้ไหมว่าที่นี่เป็นที่ไหน? ข้าเป็นใคร? บังอาจส่งเสียงดังลั่น

ชายชรา : ผม……ผม……

ยมบาล : ตอนมีชีวิตอยู่เจ้าก่อกรรมชั่วไว้มากมาย จะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนัก ข้าจะถามเจ้า เจ้าต้องตอบมาตามตรงนะ

Loading...


ชายชรา : ผม…..ยอมบอกตามตรง แต่ว่า……เมื่อผมบอกตามตรงแล้ว ใต้เท้าโปรดเมตตาผมด้วยนะครับ

ยมบาล : ตอนมีชีวิตอยู่ เจ้าโกงเงินบำนาญของหญิงชราข้างบ้านมาตบแต่งสวนดอกไม้ของเจ้ามีไหม?

ชายชรา : มีครับ

ยมบาล : ยังมีอีก เจ้าออกทุนให้ไอ้อ้วนค้ายาเสพย์ติด และคนแซ่เกาผลิตยาปลอมมีไหม?

ชายชรา : มีครับ

ยมบาล : เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมเจ้ายังว่าถูกปรักปรำอีก ที่ปล่อยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึง 76 ปี นับว่าดีเกินไปแล้ว เจ้าหน้าที่! เอาตัวตาแก่นี่ไปลงกระทะทองแดง

(ชายชราเมื่อได้ยินจะส่งไปลงกระทะทองแดง ก็กลัวจนหน้าถอดสี)

ชายชรา : เรียนใต้เท้า ตอนมีชีวิตอยู่ ผมได้ก่อกรรมทำชั่วแม้ว่าสมควรจะต้องรับโทษ แต่ใต้เท้าครับ ทำไมท่านไม่เตือนผมแต่เนิ่นๆ เพื่อผมจะได้สร้างบุญกุศลมาไถ่บาปบ้าง

ยมบาล : เหลวไหล! ข้าได้ส่งจดหมายไปเตือนเจ้าถึงสามฉบับแล้วไม่ใช่หรือ?

ชายชรา : ไม่มีนี่! ใต้เท้าอย่าพูดล้อเล่น ท่านส่งจดหมายสามฉบับมาให้ผมตั้งแต่เมื่อไร?

ยมบาล : ตาแก่นี่กลัวจนเลอะเลือนใหญ่แล้ว เจ้าตั้งสติให้ดีก่อนแล้วข้าจะถามอย่างละเอียดอีกที……ข้าขอถามเจ้า เจ้าเริ่มใส่แว่นตาคนแก่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่?

ชายชรา : ผมคิดดูก่อน….นึกออกแล้ว ตอนที่ผมอายุ 50 ปี วันหนึ่งขณะที่ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกตามัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน วันรุ่งขึ้นจึงไปวัดสายตาซื้อแว่นมาอันหนึ่ง

ยมบาล : ถูกแล้วนั่นก็คือจดหมายฉบับที่หนึ่งที่ข้าส่งไปให้เจ้าซึ่งเป็นการเตือนเจ้าว่ากำหนดเวลาตายใกล้เข้ามาแล้ว

ชายชรา : นั่นเป็นจดหมายฉบับที่หนึ่งที่ท่านส่งให้ผมหรือ? แล้วจดหมายสองฉบับหลังท่านส่งให้ผมยังไงล่ะ?

ยมบาล : ในวันที่ลูกสาวของเจ้าจัดงานวันเกิดครบรอบหกสิบปีให้เจ้า เพราะเจ้าโลภแทะกินเนื้อไก่ติดกระดูก จนทำให้ฟันหัก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ฟันของเจ้าก็ค่อยๆ หลุดร่วง จนปัจจุบันฟันของเจ้าร่วงเกือบหมดปาก นี่ก็คือจดหมายเตือนฉบับที่สองที่ข้าส่งให้เจ้า

แล้วอีกหนึ่งปีต่อมา ผมของเจ้าจากดำกลายเป็นขาว จากขาวก็ค่อยๆ ร่วง ร่วงจนเจ้าเป็นคนแก่ที่เกือบจะหัวล้าน หรือว่าจดหมายฉบับที่สามเจ้าไม่ได้รับ! เจ้านี่เลอะเลือนจริงๆ เจ้าหน้าที่….เอาตัวไปได้

จากนั้นมาถึงคิวชายหนุ่มเป็นคนต่อไปที่จะถูกตัดสิน

ยมบาล : ความจริงเจ้าเป็นคนหนุ่ม ที่มีความสามารถเหตุไฉนจึงไม่สร้างสมความดี ให้เป็นเกียรติประวัติแก่ตน แต่กลับต้องมาตกสู่ทุคติภูมิที่นี่?

ชายหนุ่ม : ใช่ครับ ผมก็รู้สึกว่าตนเองตายอย่างน่าอนาถอย่างไร้คุณค่า แต่ว่าตาผมยังไม่มัว ผมยังไม่ขาว ฟันยังไม่ร่วง และความจริงก็ไม่ได้ทำความชั่วอะไรมากมายนัก โดยเฉพาะไม่ได้รับจดหมายเตือนจากท่านเลย

ยมบาล : พ่อหนุ่มทำไมเจ้าก็เลอะเลือนเช่นนี้ จดหมายเตือนของข้าจะเหมือนกันทุกฉบับได้อย่างไร?

ชายหนุ่ม : งั้นจดหมายเตือนที่ใต้เท้าส่งให้เป็นอะไรล่ะ?

ยมบาล : เจ้าจำชายหนุ่มข้างบ้านที่เกิดปีเดียวกับเจ้าได้ไหม?

ชายหนุ่ม : จำได้ครับ เขาเป็นลูกของแม่หม้ายจาง เราเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน

ยมบาล : แล้วเพื่อนของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ไหน?

ชายหนุ่ม : เขาไม่ใช่ตายด้วยโรคปอดเมื่อสี่ปีก่อนหรอกหรือ?

ยมบาล : ถูกต้อง วันที่เขาตายก็คือวันที่จดหมายเตือนฉบับแรกของข้าส่งไปถึง

ชายหนุ่ม : ร่างกายของผมแข็งแรงกว่าเขามาก ไปเปรียบเทียบกับผีวัณโรคได้อย่างไร?

ยมบาล : ข้าว่าเจ้าเลอะเลือนไม่ผิดแม้แต่น้อย คนจะสามารถไม่เจ็บป่วยตลอดไปได้อย่างไร? แม้ว่าเจ้าจะไม่เคยป่วยด้วยโรคปอด แต่ก็ไม่สามารถรักษาร่างกายให้แข็งแรงคงอยู่ได้ตลอดไป ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าเจ้าอ่านไม่เข้าใจความหมายจดหมายฉบับแรกของข้า ดังนั้น หลังจากวัยรุ่นคนนั้นตายไม่นาน จึงได้ส่งจดหมายอีกฉบับไปให้เจ้า

ชายหนุ่ม : จดหมายฉบับที่สองผมก็ยังไม่ได้รับครับ

ยมบาล : ก็ลูกพี่ลูกน้องคนที่อยู่ด้วยกันกับเจ้าสามปี วันหนึ่งได้ตายอย่างไร้สาเหตุ นั่นเป็นการเตือนเจ้าว่า วันหนึ่งเจ้าก็ต้องประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับเขา แต่เจ้ากลับไม่รู้ตื่น วันๆ เอาแต่เลอะเลือน ไม่รู้จักขัดเกลาบำเพ็ญธรรม หลงใหลอาลัยในกิเลสตัณหา เดือนที่แล้วจึงต้องส่งจดหมายด่วนพิเศษไปให้เจ้า

ชายหนุ่ม : จดหมายด่วนพิเศษหรือ? ผมไม่เคยได้รับจดหมายด่วนพิเศษอะไรเลย

ยมบาล : ทำไมเจ้าถึงโง่เช่นนี้ เด็ก 4-5 คน ในหมู่บ้านเจ้า วันนั้นมิใช่ไปเคาะระเบิดมือจนระเบิดหรือ ทำให้ตายคาที่สองคนบาดเจ็บสาหัสสามคน บอกแบบนี้เจ้าคงจะเข้าใจ นั่นเป็นการบอกเจ้าว่า มิใช่มีแต่คนแก่เท่านั้นที่มารายงานตัวที่นี่ คนหนุ่มสาวและเด็กก็ต้องมาเช่นกัน

แต่มีคนประเภทหนึ่งที่ยกเว้นไม่ต้องมาที่นี่ นั่นคือคนที่ได้บำเพ็ญธรรม จนรู้แจ้งในธรรมในโลกมนุษย์เพราะเขาเหล่านั้นขณะมีชีวิตอยู่รู้จักสร้างบุญกุศล สร้างสาธารณะประโยชน์ ทำตนเป็นประโยชน์แก่สังคม ดังนั้นจึงสามารถหลุดพ้นจากความเกิด ความตาย จุติสู่แดนสุขาวดี

ชายหนุ่ม : ใต้เท้า ผมเข้าใจความหมายของท่านแล้วครับ ชาติต่อไปผมจะปฏิบัติตามคำพูดของท่านอย่างแน่นอน

ยมบาล : เมื่อเจ้าสามารถเข้าใจความหมายของข้า ข้าก็จะให้เจ้ากลับไปเกิดในโลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง หวังว่าเจ้าคงจำคำพูดของข้าได้ การพิจารณาคดียุติเพียงแค่นี้ เลิกศาล!

Loading...