เหมือนมีคนอีกคนอยู่ในตัว คอยที่จะด่า ลบหลู่ ดูหมิ่น ทุกครั้งเวลาเจอพระ หรือสิ่งศักสิทธิ์ต่างๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจ

7282
Loading...

เป็นมั้ย? เหมือนมีคนอีกคนอยู่ในตัว0 คอยที่จะด่า ลบหลู่ ดูหมิ่น ทุกครั้งเวลาเจอพระ
หรือสิ่งศักสิทธิ์ต่างๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจ ที่จะคิดเลย จริงๆมันเป็นเรื่องปกติ คนพวกหนึ่งพอถึงจุดหนึ่งบารมี
จะเริ่มสั่งสมความดีได้มากหรือจะเข้าเขตความดี จะโดนเหมือนๆกัน คือมีมารมาขวาง

โดยเฉพาะในวงการนักภาวนา …แก้ยากมากๆ คนที่เป็นจะเป็นทุกข์ใจมากๆ
แทบเป็นโรคประสาท ปัญหานี้ มันผุดมาจากส่วนลึกในใจ เป็นกิเลสที่ลึกละเอียดมาก
มันมาก่อนที่จะโผล่เป็นตัวนึกตัวคิดแล้วเป็นคำด่าในที่สุด

คนที่เจอเเบบนี้ คือคนที่ สำรวจจิตตนเองบ่อยๆ ตื่นตัวบ่อยๆ
ช่วงแรกถ้าสติไม่ทันก็อั้นจนหน้าเขียว ช่วงไหนสติตามทันก็ละความสนใจได้เร็ว ไม่กระทบมาก

การแก้ ต้องใช้ความเพียร สมาธิ และปัญญา อย่างมากๆ ในการดำดิ่งลึกลงไปในใจตนเอง
ค้นหาให้เจอรากของมัน แล้วระงับที่รากซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหานี้
เรื่องของเรื่องคือ ธรรมชาติของจิต มันจะชอบปรุงแต่งแสวงหาสิ่งใหม่ๆไปเรื่อยๆๆ
ตามธรรมชาติของมัน ที่ไม่เคยหยุดปรุงแต่งแม้สักเสี้ยวกระพริบตา …

จิตมันเป็นอนัตตา มันไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ตัวเรา บังคับควบคุมมันไม่ได้
อยากสั่งให้มันหัวเราะมันก็ไม่หัวเราะ เวลาหื่นอยากสั่งให้มันหยุดหื่นมันก็ไม่หยุด
ที่ทำได้ คือรับรู้ตามจริง แล้วปล่อยวางจากการยึดว่ามันเป็นตัวเรา เป็นของเรา

Loading...

ถ้าหากว่าใครกำลังไม่พอก็ให้สวดบทนี้ดูนะ

คาถาพระสุนทรีวาณี (คาถาเรียกสติ)
มุนินทะ วะทะนัมโพชะ คัพภะสัมภะวะ สุนทรี ปาณีนัง สะระณัง วาณี มัยหัง ปีณะยะตังมะนังฯ
นาง ฟ้า คือพระไตรปิฎก อันเกิดจากดอกอุบล
คือพระโอฏฐ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งพำนักของสรรพสัตว์ทั้ง หลาย
ขอจงยังใจของข้าพเจ้าให้เอิบอิ่มปรีดาปราโมทย์
รู้แจ่มแจ้งแทงตลอดจำได้ซึ่งพระปิฏกทั้งโลกิยะและโลกุตระ
หรือเรื่องราวทางโลก-ทางธรรม ให้ทวนกลับมาในห้วงสัญญา ด้วยเทอญ

-ชาวเน็ต

Loading...