เห็นผลทันตา พลังเเห่งการทำสมาธิวิถีพุทธ ใบหน้าผ่องใส ชีวิตดีขึ้น หากทำได้ถึงขั้นนี้

    876
    Loading...

    เวลานั่งสมาธิจะ มีการหลัง endogenous endorphine ลดภาวะเตรียดและการที่เรากำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอมีสติทำให้การใช้ออกซิเจนเป็นระดับเซลล์เป็นไปดีขึ้นเพราะหากการเผาผลาญออกซิเจนระดับเซลล์ไม่ดีทำให้เกิดของเสียมากมาย แล้วยังลด stress hormone ต่างๆเช่น adrenaline cortisol ซึ่ง hormone เหล่านี้

    จะกระตุ้นการทำงานของหัวใจตับไตระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้นเป็นที่มาของโรคหัวใจ เบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นต้น เพราะงั้นถ้าทำสมาธิสม่ำเสมอ แผ่เมตตา จิตใจจะสงบผ่องใสไม่เครียดใบหน้าอิ่มเอิบ ดูตัวอย่างหลวงพ่อ หลวงตา หรือนักปฏิบัติต่างๆที่ถึงแม้อายุมากแต่ก็ยังมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง เหมือนมีออร่า ไม่ต้องพึ่ง enzymeQ10หรือฉีดกลูต้า

    ผมก็เพียงให้แต่คำแนะนำเท่านั้น เพราะมันไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ เพราะต้องฝึก ตัวผมเองใช้เวลา 2 ปีกว่าครับเพราะหาวิธีเอง
    แต่พอทราบวิธีแล้วไปแนะนำคนอื่น ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณเดือนเศษๆ เกือบทุกคนครับ ส่วนใหญ่ก็เลิกสวดมนต์ไปครับ เพราะเสียเวลากัน

    เอาตัวอย่างจริงๆ ก็คือพ่อผมเองครับ เดินทางมาค้างบ้านผมเดือนเศษๆเพื่อที่จะฝึก เมื่อก่อนพ่อสวดมนต์ทุกเช้าเย็น ทำบุญตักบาตรสร้างพระ
    ฯลฯ ตลอด แต่ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ เราโทรคุยกัน สุดท้ายพ่อตัดสินใจเดินทางมาหาผมครับ ผมแนะนำวิธีการฝึก ไม่นานเท่าไรพ่อ

    ก็ได้ครับ และวันที่ท่านทำได้นั้นอนิสงส์ส่งมาถึงผมด้วยครับ ผมตื่นนอนขึ้นมาก็ถามท่าน ท่านก็บอกว่าได้แล้ว
    เอาแค่ขั้น อุปจารสมาธิ ก็เห็นผลทันทีครับ หมายถึงต้องได้จริงๆนะครับ คือสตินิ่งอยู่ในอารมณ์เดียวไม่มีความฟุ้งซ่านใดๆเกิดขึ้นเลย

    ส่วนใหญ่ที่บอกว่าได้ว่าได้กันนั้น สติไม่เคยอยู่นิ่งในอารมณ์เดียวแม้แต่ 1 นาทีเลยครับ คือมีแต่ความฟุ้งซ่านแทรกเข้ามาอยู่ตลอดเวลาแล้ว
    ก็บอกว่าได้กันแล้ว อย่างนั้นไม่มีผลกับการเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้นครับ ต่อให้นั่งเป็น 10ๆ ปี ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อุปจารสมาธิที่ว่านี่ก็คือ

    Loading...

    มีสติต่อเนื่องอยู่ในอารมณ์เดียว ไม่มีความฟุ้งซ่านใดๆเกิดขึ้นเลย รู้สึกสงบสบายอยากอยู่อย่างนี้ตลอดไป แต่…หูยังได้ยินเสียงอยู่นะครับ ถึงได้
    ยิน แต่ก็ไม่รู้สึกรำคาญหรือทำให้สติหลงไปกับเสียงนั้นจนเกิดการปรุงแต่งกลายเป็นความฟุ้งซ่านคือสักแต่ว่าได้ยินเท่านั้นแต่สติยังคงมั่นอยู่กับ

    อารมณ์เดียว เอาแค่นี้ให้ได้ก่อนครับ รับรองว่าแค่นี้ก็มีผลเปลี่ยนแปลงกับชีวิตแล้วครับ
    สำหรับวิธีฝึก ผมแนะนำวิธีนี้แล้วได้ผลกับทุกคนครับ คือทุกคนฝึกได้เหมือนกันหมด ท่านใดที่ฝึกมาเป็น 10ๆ ปีแต่จิตไม่เคยสงบระงับได้แม้แต่
    นาทีเดียว ลองวิธีนี้ดูครับ

    หานาฬิกาที่มีเสียงของเข็มวินาทีเดินได้ยิน จากนั้น นั่งหลับตาแล้วนับเสียงให้ได้ตรงกับเข็มเดิน และลืมตาดูเข็ม เช่น ถ้าเรานับได้ 120 ครั้ง
    จะต้องเห็นเข็มนาทีเดินไป 2 ช่อง ถ้าตรงกันนั่นก็แปลว่า ตลอด 2 นาทีนั้นสติท่านอยู่กับเสียงเข็มนาทีตลอดเวลา ฝึกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็น 30

    นาที และ 1 ชั่วโมง ถ้านับได้ตรง 1 ชั่วโมง ก็แปลว่า สติท่านอยู่กับเสียงเข็มนาฬิกาไม่ไปไหนเลยตลอด 1 ชั่วโมง เอาเท่านี้ให้ได้ก่อนครับ
    สำหรับท่านั่ง ไม่ต้องนั่งขัดสมาธินะครับ นั่งบนเก้าอี้ในท่าที่สบายๆ ฝึกสติก่อนครับ ยังไม่ต้องสนใจท่าทาง และเมื่อฝึกได้แล้ว ก็ไม่ต้องฟัง

    เสียงนาฬิกาอีกแล้ว แต่เปลี่ยนไปฝึก อานาปนสติ ครับ จนกว่าจะไปถึงจุดที่เกิดอุปทานเมื่อไร จึงต้องมานั่งท่าขัดสมาธิครับ ไม่อย่างนั้น
    อุปทานมันจะรบกวนจนไปต่อไม่ได้ เช่น ตัวลอยขึ้น ควงหมุนวน ถ้าเกิดอาการนี้ก็ต้องมานั่งขัดสมาธิแล้วครับ เพราะจิตมันจะเริ่มรวมตัว

    สุดท้ายนะครับ ถ้าใครฝึกได้เลยอุปจารสมาธิไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตจะเปลี่ยนไปครับ เช่น ถ้าทำงานในที่ลำบาก ก็จะสบายขึ้นครับ
    มีศัตรูก็หายไปหมด ฯลฯ ครับ
    ปล. ไม่มีอะไรคุ้มครองเราได้ดีเท่ากับอนิสงส์ของฌานสมาธิที่เราเพียรมาด้วยตัวเองหรอกครับ

    – สองนิ้วชี้

    Loading...