คำถามจาก พระยายม คำถามที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

714
Loading...

คำถามจาก พระยายม คำถามที่ทุกคนต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พระพุทธเจ้าตรัสถึงวิธีการพิพากษาของ พระยายม ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า เทวทูตสูตร ซึ่งทำให้เห็นว่าพระยายมเป็นเทวดาผู้ทรงธรรม

และพยายามช่วยให้วิญญาณเข้าใจในสัจธรรมชีวิต ไม่ได้เป็นเทวดาที่โหดร้ายอย่างที่ใคร ๆ คิด

พระยายมในจินตนาการของคนส่วนใหญ่อาจมองว่าพระองค์มีความโหดร้าย น่ากลัว แต่หากอ่านพระยายมในพระสูตรนี้แล้ว

จะเห็นภาพของพระยายมในอีกรูปลักษณ์หนึ่ง คือเป็นเทวดาผู้ทรงธรรม มีวาจาที่ไพเราะ และเข้าใจในเรื่องการเกิด-ดับเป็นอย่างดี

ครั้งพระพุทธเจ้าประทับยังพระเชตวัน อารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย พระองค์ทรงเล่าขั้นตอนการพิพากษาของพระยายมให้พระสาวกทั้งหลายฟังว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลนำดวงวิญญาณเข้าเฝ้าพระยายมแล้วทูลพระยายมว่า

Loading...

“ข้าแต่พระองค์ วิญญาณดวงนี้ไม่ปฏิบัติดีต่อบิดามารดา สมณะ พราหมณ์ ไม่อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในครอบครัว ขอพระองค์โปรดลงทัณฑ์เถิด”

จากนั้นพระยายมตรัสปลอบโยนดวงวิญญาณเป็นอย่างดี แล้วถามวิญญาณนั้นด้วยข้อที่ 1 ว่า

“พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 1 ตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็นเด็กที่เพิ่งเกิดตัวแดง ๆ เลยหรือ ซึ่งออกมาจากท้องของแม่ เนื้อตัวเปื้อนด้วยคูถของตน”

เมื่อดวงวิญญาณเข้าใจแล้วจึงตอบทันทีว่า “เคยเห็นเจ้าข้า”

พระยายมจะตรัสถามต่อทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ความ มีสติ เป็นผู้ใหญ่แล้ว พอจะมีความคิดเช่นนี้ขึ้นมาบ้างไหมว่า ความเกิดมีขึ้นเป็นธรรมดา

ไม่สามารถพ้นความเกิดไปได้ ควรทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่เคยคิดแบบนี้ ไม่เคยคิดจะทำดีด้วยกาย วาจา และใจ พระยายมจะตรัสว่า

“ดูก่อนพ่อมหาจำเริญ หากท่านไม่เคยทำความดีทางกาย วาจา และใจไว้ ทั้งยังใช้ชีวิตด้วยความประมาท

ท่านจะต้องเป็นไปตามผลบาปที่สร้างไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวท่านเอง”

จากนั้นพระยายมทรงปลอบโยนดวงวิญญาณให้คลายความหวาดกลัว แล้วทรงถามคำถามข้อที่ 2 ต่อว่า

“พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 2 ในตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็นหญิง หรือชายที่แก่ชรา หลังงอ ถือไม้เท้า ฟันหัก ผมหงอก เนื้อตัวตกกระ บ้างเลยหรือ”

เมื่อดวงวิญญาณเข้าใจจึงตอบว่าเคยเห็นเจ้าข้า พระยายมจะตรัสถามต่อทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ความ มีสติ เป็นผู้ใหญ่แล้ว พอจะมีความคิดเช่นนี้ขึ้นมาบ้างไหมว่า ความแก่เป็นธรรมดา

ไม่สามารถพ้นจากความแก่ไปได้ จึงควรทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่เคยคิดแบบนี้ ไม่เคยทำดีด้วยกาย วาจา และใจ พระยายมจะตรัสว่า

“ดูก่อนพ่อมหาจำเริญ หากท่านไม่เคยทำความดีทางกาย วาจา และใจไว้ ทั้งยังใช้ชีวิตอย่างประมาท

ท่านจะต้องเป็นไปตามผลบาปที่สร้างไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวของท่านเอง”

จากนั้นพระยายมทรงปลอบโยนดวงวิญญาณให้คลายความหวาดกลัว แล้วทรงถามคำถามข้อที่ 3 ว่า

“พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 3 ในตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็น ผู้ป่วยที่ทนทุกข์ เป็นไข้หนัก นอนเปื้อนมูตรคูถของตน มีคนอื่นคอยพยุงลุก พยุงเดิน บ้างเลยหรือ”

เมื่อดวงวิญญาณเข้าใจจึงตอบว่าเคยเห็นเจ้าข้า พระยายมจะตรัสถามต่อทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ความ มีสติ เป็นผู้ใหญ่แล้ว พอจะมีความคิดนี้ขึ้นมาบ้างไหม ความเจ็บป่วยมีขึ้นเป็นธรรมดา

ไม่มีใครสามารถพ้นความเจ็บป่วยไปได้ จึงควรทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่เคยคิดแบบนี้ ไม่เคยทำดีด้วยกาย วาจา และใจ พระยายมจะตรัสว่า

“ดูก่อนพ่อมหาจำเริญ หากท่านไม่เคยทำความดีทางกาย วาจา และใจไว้ ทั้งยังใช้ชีวิตด้วยความประมาท

ท่านจะต้องเป็นไปตามผลบาปที่สร้างไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวท่านเอง”

จากนั้นพระยายมทรงปลอบโยนดวงวิญญาณให้คลายความหวาดกลัว แล้วทรงถามคำถามข้อที่ 4 ไปว่า

“พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 4 ในตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็น นักโทษได้รับโทษทัณฑ์จากพระราชาบ้างเลยหรือ”

เมื่อดวงวิญญาณเข้าใจจึงตอบว่าเคยเห็นเจ้าข้า พระยายมจะตรัสถามต่อทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ความ มีสติ เป็นผู้ใหญ่แล้ว พอจะมีความคิดนี้ขึ้นมาบ้างไหม คนที่ทำความชั่วอันลามกย่อมได้รับโทษทัณฑ์

จึงควรทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่เคยคิดแบบนี้ ไม่เคยทำดีด้วยกาย วาจา และใจ พระยายมจะตรัสว่า

“ดูก่อนพ่อมหาจำเริญ หากท่านไม่เคยทำความดีทางกาย วาจา และใจไว้ ทั้งยังใช้ชีวิตด้วยความประมาท

ท่านจะต้องเป็นไปตามผลบาปที่สร้างไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวท่านเอง”

จากนั้นพระยายมทรงปลอบโยนดวงวิญญาณให้คลายความหวาดกลัว แล้วทรงถามคำถามข้อที่ 5 ว่า

“พ่อมหาจำเริญ ท่านไม่เคยเห็นเทวทูตที่ 5 ในตอนที่ยังเป็นมนุษย์เลยเหรอ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่รู้จัก ไม่เคยเห็น พระยายมจะถามต่อว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านไม่เคยเห็นซากศพที่ตายแล้ว วันหนึ่ง หรือสองวัน หรือสามวัน ขึ้นพอง เขียวช้ำ มีน้ำเหลืองเยิ้มบ้างเลยหรือ”

ดวงวิญญาณเข้าใจจึงตอบว่าเคยเห็นเจ้าข้า พระยายมจะตรัสถามต่อทันทีว่า

“เดี๋ยวก่อน ท่านรู้ความ มีสติ เป็นผู้ใหญ่แล้ว พอจะมีความคิดนี้ขึ้นมาบ้างไหม ความตายเป็นธรรมดา

ไม่สามารถพ้นความตายไปได้ จึงควรทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ”

หากดวงวิญญาณตอบว่าไม่เคยคิดแบบนี้ ไม่เคยทำดีด้วยกาย วาจา และใจ พระยายมจะตรัสว่า

“ดูก่อนพ่อมหาจำเริญ หากท่านไม่เคยทำความดีทางกาย วาจา และใจไว้ ทั้งยังใช้ชีวิตด้วยความประมาท

ท่านจะต้องเป็นไปตามผลบาปที่สร้างไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะตัวท่านเอง”

เมื่อดวงวิญญาณไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่เทวทูตทั้ง 5 กำลังจะบอก เพื่อให้ประพฤติทำความดีด้วยกาย วาจา และใจ ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้

พระยายมจะตัดสินไปทางผลของกรรมที่ทำไว้ นายนิรยบาลจะนำตัววิญญาณไปยังนรกขุมต่าง ๆ ตามความเหมาะสมของบาปที่ทำไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู

ที่มา : madchima

Loading...